การปลดล็อคแนวคิดองค์กรด้วย People Science
วิธิคิดขององค์กร ที่นำวิทยาศาสตร์ทางด้านบุคคลมาใช้
ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆ ต่างหันมาให้ความสำคัญกับ “คน” มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่การจ้างงานหรือฝึกอบรม แต่เป็นการเข้าใจคนในเชิงลึก ผ่านหลักการของ People Science เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร (Culture) ที่แข็งแรง ยั่งยืน และเหมาะสมต่อการเป็น Best Place to Work อย่างแท้จริง
People Science คืออะไร?
People Science คือศาสตร์ที่รวมเอาข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Behavioral Data), จิตวิทยาองค์กร (Organizational Psychology), และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาใช้ในการทำความเข้าใจ พัฒนา และบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
หัวใจสำคัญของ People Science ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่คือการแปลผลเชิงลึก และนำไปสู่การตัดสินใจที่อิงจาก “บุคลากร” เป็นศูนย์กลาง
Culture ที่ดี เริ่มต้นจากการเข้าใจ “คน” อย่างแท้จริง
การพัฒนา Culture ไม่ได้เกิดจากการประกาศนโยบายเท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากความเข้าใจว่า “คนของเราเป็นอย่างไร” “เขารู้สึกอย่างไรกับองค์กร” และ “เขาอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร” ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถหาได้จากกระบวนการของ People Science:
Employee Listening เช่น แบบสำรวจความคิดเห็นที่มีการวิเคราะห์เชิงลึก ไม่ใช่แค่คะแนนความพึงพอใจ
Behavioral Data เช่น รูปแบบการทำงาน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ หรือแม้แต่การสื่อสารในทีม
Talent Analytics การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของพนักงานกับผลลัพธ์ขององค์กร
การนำ People Science มาพัฒนา Culture
สร้างความโปร่งใสในองค์กร
ข้อมูลที่ได้จากการฟังเสียงพนักงานสามารถนำมาใช้เปิดเผยอย่างสร้างสรรค์ เช่น ผลการสำรวจ engagement โดยไม่ระบุตัวตน พร้อมแนวทางการพัฒนา พนักงานรู้สึกว่าเสียงของตนมีค่าวางแผน Leadership Development จากข้อมูลจริง
การพัฒนา leadership culture ไม่ได้เกิดจากการส่งหัวหน้าไปอบรมเท่านั้น แต่ควรมีข้อมูลสนับสนุนว่า “ความสามารถ” และ “พฤติกรรม” ใดที่มีผลต่อความไว้วางใจของทีมขับเคลื่อน Diversity & Inclusion ด้วยข้อมูลที่จับต้องได้
แทนที่จะพูดถึงความหลากหลายอย่างกว้างๆ People Science สามารถช่วยให้เห็นว่าใครกำลังถูกมองข้าม และมีโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างไร
จาก Insight สู่ Culture ที่ยั่งยืน
การจะเป็น Best Place to Work ไม่ใช่แค่การมีสวัสดิการดีหรือออฟฟิศสวย แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในองค์กร ซึ่ง People Science คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การเข้าใจและพัฒนาคนเป็นเรื่องที่มีรากฐาน มีทิศทาง และมีผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
เมื่อเราเข้าใจคนอย่างแท้จริง วัฒนธรรมที่ดีจะตามมาโดยธรรมชาติ และองค์กรจะกลายเป็นที่ทำงานในฝันของใครหลายๆ คนอย่างแท้จริง
ในยุคที่ “คนเก่งเลือกองค์กร” มากกว่าการที่องค์กรเลือกคนเก่ง องค์กรที่อยากดึงดูดและรักษาคนไว้ได้จำเป็นต้องสร้าง “วัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์คน” มากกว่าแค่การสร้างภาพลักษณ์ เพราะสิ่งที่ทำให้พนักงานรู้สึกผูกพัน และอยากเติบโตในที่ทำงาน ไม่ใช่แค่สิ่งที่จับต้องได้ แต่คือ ประสบการณ์และความรู้สึก ที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาการทำงาน
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ People Science เข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อนำมาใช้ในการเข้าใจพนักงานอย่างรอบด้าน ช่วยให้องค์กรสามารถ:
รู้ว่าพนักงานต้องการอะไร
เข้าใจว่าอะไรทำให้เขาอยู่หรือไป
พัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ประสบการณ์ของพนักงานในชีวิตจริง
People Science ไม่ใช่แค่ HR Tech หรือแค่เรื่องของ Data แต่คือการเปลี่ยนแนวคิดจาก “บริหารคน” เป็น “เข้าใจคน” และขับเคลื่อนองค์กรไปด้วยกัน
วัฒนธรรมองค์กร (Culture) = ภาพสะท้อนของสิ่งที่คนรู้สึก
หลายองค์กรอาจมี Core Values ที่สวยงาม มี Vision ที่ชัดเจน แต่กลับพบว่า คนในองค์กรไม่ได้รู้สึกมีส่วนร่วม หรือไม่รู้ว่าค่านิยมเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานอย่างไร
People Science ช่วยให้เราเปลี่ยน Culture จาก “สิ่งที่เขียนไว้” เป็น “สิ่งที่รู้สึกได้” ผ่านกระบวนการ เช่น:
ฟังเสียงพนักงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Listening)
ไม่ใช่แค่การทำ Employee Survey ปีละครั้ง แต่คือการสร้างช่องทางรับฟังอย่างต่อเนื่อง เช่น Pulse Survey, Stay Interviews, Sentiment Analysisใช้ Data เชื่อมโยงกับพฤติกรรมจริง
เช่น ทำไมบางทีมึง engagement สูงกว่าทีมอื่น? พนักงานที่มี performance สูงเขามี common trait อะไรบ้าง?ทดลองและปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง (People Experimentation)
วัฒนธรรมไม่ใช่ของตาย แต่คือสิ่งที่สามารถปรับให้เหมาะกับบริบทขององค์กรได้ตลอดเวลา
จาก People Science สู่ วัฒนธรรมองค์กรที่จับต้องได้
1. ความสัมพันธ์กับผู้นำ (Leadership Trust)
ข้อมูลจากฟีดแบคทีมช่วยให้หัวหน้าเข้าใจ “blind spot” ของตัวเอง
สร้างโครงการพัฒนาภาวะผู้นำที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของทีมจริง ไม่ใช่แค่หลักสูตรทั่วไป
2. การเติบโตที่พนักงานมีส่วนร่วม (Co-created Growth)
วิเคราะห์เส้นทางการเติบโตจากข้อมูลภายใน เช่น career path ที่ประสบความสำเร็จในอดีต
ใช้ Insight ในการออกแบบ Learning Experience ที่พนักงานรู้สึกว่า “มีความหมายกับเขาจริงๆ”
3. ความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)
ใช้ข้อมูลการมีส่วนร่วมของพนักงาน วิเคราะห์ว่าทีมไหนมีบรรยากาศที่เปิดกว้าง และทีมไหนควรได้รับการสนับสนุนเพิ่ม
4. การตัดสินใจด้วยข้อมูล ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก
วัฒนธรรมที่ดีเกิดจากการที่ผู้นำและองค์กรตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล ไม่ใช่สมมุติฐานหรืออารมณ์ชั่ววูบ
องค์กรแบบไหนที่ใช้ People Science ได้ผล?
องค์กรที่อยากฟังคนของตัวเองอย่างจริงใจ
พร้อมเปิดใจและไม่กลัวฟีดแบคองค์กรที่ไม่กลัวการทดลอง
เข้าใจว่าไม่ใช่ทุกวิธีจะเวิร์กในครั้งแรก แต่พร้อมเรียนรู้จากข้อมูลและปรับตัวองค์กรที่เห็นว่าคนคือ “ผู้ร่วมขับเคลื่อน” ไม่ใช่แค่ “ทรัพยากร”
เมื่อคนได้รับความไว้วางใจ วัฒนธรรมที่แข็งแรงจะเติบโตเอง
People Science ช่วยให้องค์กร:
เข้าใจคนอย่างรอบด้าน
ออกแบบประสบการณ์การทำงานที่ตอบโจทย์จริง
สร้างวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจาก “การมีส่วนร่วม” ไม่ใช่แค่การบอกให้ทำ
และเมื่อคนรู้สึกว่าองค์กรนี้ “เป็นของเขา” วัฒนธรรมที่ดีจะไม่ต้องถูกสร้าง แต่มันจะ “เติบโต” ขึ้นมาเอง
People Science เป็นวิธีที่ทรงพลังโดยรวบรวมงานวิจัยล่าสุดในด้านจิตวิทยาและ Data Science ขึ้นมาเพื่อสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สร้างสรรค์ WorkVenture ช่วยให้องค์กรสามารถระบุและแก้ไขปัญหาทางวัฒนธรรม เพิ่มความมีส่วนร่วมของพนักงาน และพัฒนาประสิทธิภาพโดยรวมได้ด้วยการใช้การรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุม การวิเคราะห์ขั้นสูง และการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ร่วมงานกับเราเพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของพนักงานของคุณและสร้างโลกการทำงานที่ดีและเติมเต็มมากขึ้น